โอเรกอนมีส่วนแบ่งของลมพายุไฟลุก

คอมเพล็กซ์ Garner เป็นไฟป่าที่มีขนาด 8,886 เอเคอร์อยู่ทางภาคเหนือของชุมชน Rogue River ใน Jackson County, Oregon คอมเพล็กซ์กำลังก่อตัวขึ้นในดินแดนที่มีการบริหารจัดแจงโดยสำนักจัดแจงที่ดินแล้วก็เจ้าของที่ภาคเอกชน พื้นที่ที่เป็นหินชันและก็อุณหภูมิสูงแสดงถึงความท้าสำหรับการล้มล้างไฟไหม้ ไฟที่รุกรามที่มีคุณค่าหลายร้อยที่พักที่อาศัยที่ดินแล้วก็ป่าดงส่วนตัวที่พักที่อาศัยสำหรับสายพันธุ์ที่ถูกรุกราม ไฟเริ่มด้วยลมพายุฟ้าร้องในภูมิภาคตอนวันที่ 15 ก.ค.ซึ่งก่อไฟ 12 ดวงแปลงเป็น Garner Complex ไฟเทย์เลอร์ครีกถูกเพิ่มเข้าไปในรอบๆที่สลับซับซ้อน แม้กระนั้นถัดมาก็ขยายไปถึงจุดที่จะต้องใช้กลุ่มผู้บริหารของตนเอง ในขณะนี้มีกองไฟมากยิ่งกว่าครึ่งเดียวที่ไม่มีการกระทำงาน เพียงอย่างเดียวการตรวจทานแล้วก็การลาดตระเวนทุกวี่ทุกวัน ข้าราชการดับไฟมุ่งหวังว่าพวกเขาจะวางที่เหลือของไฟไหม้เอาไว้ในสถานะการลาดตระเวนในช่วงท้ายของความเคลื่อนไหวในวันนี้

ไฟลุกเทย์เลอร์ครีกเคยเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของ Garner Complex มากขึ้นเป็น 41,103 ซึ่งใหญ่มากยิ่งกว่าจำนวนมากของ Garner Complex ไฟนี้มีอยู่ 38% แต่ว่ายังคงแสดงกริยาการใช้ไฟปานกลางด้วยการวิ่งขึ้นเนินการช่วยสนับสนุนรวมทั้งไฟฉายแยก เหมือนกับจำนวนมากของไฟในเวสต์ในปีนี้ปัญหาที่แพร่หลายได้รับสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิที่บันทึกได้ลมแรงแห้งรวมทั้งความชุ่มชื้นต่ำยังคงก้าวเดินต่อไปทั่วภูมิภาคทำให้การดับไฟทำเป็นยากขึ้นแล้วก็การเจริญเติบโตของไฟทำเป็นง่ายดายมากยิ่งขึ้น

ไฟ Klondike ที่อยู่ด้านใต้ของเทย์เลคครีกไฟเป็น 30,873 เอเคอร์และก็มีอยู่ 15% ไฟเริ่มขึ้นในวันเดียวกับที่เกิดไฟอื่นๆในตอนที่มีลมพายุฟ้าผ่าในภูมิภาคในวันที่ 15 ก.ค.ไฟนี้ยังคงใช้งานได้มากมายก่ายกองพร้อมด้วยเชื้อเพลิงเยอะแยะรวมทั้งครอกรวมทั้ง understory ต้นหญ้าและก็ chapparal ลักษณะการดับไฟรวมทั้งการจุดไฟการแบ่งแล้วก็การวิ่งขึ้นเนิน ข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศเป็นเหมือนกับการเกิดไฟไหม้ทั้งคู่ที่ก่อนหน้าที่ผ่านมาเนื่องด้วยพวกเขาทั้งสิ้นอยู่ใกล้กันแล้วก็กัน

ต้นสนต้นสน Sugar ใกล้กับ Prospect ในเมืองโอเรกอนเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากลมพายุฟ้าร้องในวันที่ 15 เดือนกรกฎาคม ปัจจุบันนี้อยู่ที่ 8,885 เอเคอร์ ช่วงนี้มีเจ้าหน้าที่ 704 คนกำลังทำสงครามกับกองไฟนี้ ลักษณะอากาศที่เกิดขึ้นมาจากไฟไหม้นี้ อย่างเช่น ลักษณะอากาศร้อนแห้งที่มีความชุ่มชื้นรวมทั้งลมต่ำ เชื้อเพลิงสำหรับไฟรวมทั้งต้นหญ้าแปรงและก็ไม้

South Umpqua Complex มี Miles, Columbus, Cripple Creek, Snow shoe รวมทั้ง Gap ของรถไฟโดยมากอยู่ทางด้านใตน / ตะวันออกเฉียงใต้ของ Tiller เมืองโอเรกอน ขนาดรวมของพื้นที่ทั้งสิ้น 28,723 เอเคอร์แล้วก็เดี๋ยวนี้มี 18% ไฟกลุ่มนี้เริ่มขึ้นตอนวันที่ 15 เดือนกรกฎาคมไฟเผาที่แสดงโดยกลุ่มนี้มีการใช้แรงงานการตรวจจับระยะสั้นการจุดไฟกรุ๊ปไฟฉายการวิ่งเตียนโล่งรวมทั้งการยิงผิว ความกังวลใจเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศยังอยู่ในสถานที่สำหรับสลับซับซ้อนนี้ด้วยลักษณะอากาศร้อนแห้งความชุ่มชื้นต่ำเชื้อเพลิงส่วนเกินในสถานที่รวมทั้งลม

โคลนจากสมุทรลึกเปิดเผยให้มองเห็นถึงหลักฐานเกี่ยวกับมรสุมโบราณ

ในตอน Last Glacial Maximum เมื่อราว 20,000 ปีกลายเมื่อแมมมอ ธ และก็สัตว์สมัยก่อนประวัติศาสตร์เดินทางไปทางด้านเหนือทางเหนือของประเทศเม็กซิโกและก็ทางด้านตะวันตกเฉใต้ของสหรัฐอเมริกาฝนตกชุกปริมาณร้อยละ 35 ของปริมาณน้ำฝนรายปีเทียบกับปริมาณร้อยละ 70 ในตอนนี้ตามข้อมูล การเล่าเรียนใหม่

หน้าร้อนมรสุมหน้าร้อนทำให้ความโปร่งดวงใจจากความร้อนในฤดูร้อนที่ร้ายแรงรวมทั้งภัยแล้งไปสู่ดินแดนที่แล้งของตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริการวมทั้งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเม็กซิโกโดยการบรรเทาความชื้นจากเขตร้อน ถ้าหากภูมิภาคขึ้นกับฝนตกในช่วงฤดูหนาวเพียงอย่างเดียวทะเลทรายโซโนรานจะไม่มีชื่อเสียงว่าเป็นทะเลทรายที่มีความมากมายหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

“มรสุมเป็นลักษณะที่เด่นของทะเลทรายทางด้านตะวันตกเฉใต้ แต่ว่าพวกเราทราบน้อยมากว่ามีการเปลี่ยนไปกี่พันล้านปี” Tripti Bhattacharya นักเขียนคนแรกของการเรียนรู้กล่าว “การที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ของพวกเราถูกกำจัด แม้กระนั้นไม่หายไปอย่างสมบูรณ์ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นน้ำแข็งบ่งชี้ถึงความปรวนแปรอย่างยิ่งของการไหลเวียนของบรรยากาศในเวลานั้น แต่ว่าก็ทำให้เห็นว่านี่เป็นลักษณะถาวรของลักษณะของอากาศในภูมิภาคของพวกเรา”

การศึกษาเล่าเรียนที่ผ่านมาทำให้ไม่สามารถที่จะสรุปได้ส่วนหนึ่งเป็นด้วยเหตุว่าหลักฐานที่ใช้สำหรับในการบ่งชี้ถึงจำนวนฝนที่ตกมรสุมก่อนหน้าที่ผ่านมามีลัษณะทิศทางที่จะมากยิ่งกว่าภาพรวมในเวลามากยิ่งกว่าที่จะให้บันทึกลักษณะภูมิอากาศโดยตลอดเยอะขึ้นเรื่อยๆ เป็นต้นว่านักค้นคว้าได้ศึกษาค้นพบสิ่งที่มีคุณค่าในชุมชนโรงงานที่หายไปจากองค์ประกอบพืชที่เก็บรักษาไว้ในรังพัสดุภัณฑ์ที่เรียกว่า middens หรือโดยการวิเคราะห์ลายเซ็นเคมีที่ทิ้งเอาไว้ในดิน การศึกษาเล่าเรียนกลุ่มนี้ทำให้รู้ถึงความมึนเมาที่คงเดิมในตอนสมัยน้ำแข็งก่อนหน้านี้ในตอนที่การศึกษาเล่าเรียนอื่นๆที่อิงกับการผลิตแบบจำลองสภาพอากาศชี้ให้เห็นว่าขาดชั่วครั้งชั่วคราว

Bhattacharya รวมทั้งผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าของคุณได้ศึกษาค้นพบหนังสือที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสภาพอากาศในสมัยก่อนที่ลืมไปซึ่งมิได้มีการบันทึกไว้ก่อนหน้าที่ผ่านมา เดียวหน้าราดกระจัดกระจาย

ตูดสมุทรที่มีพื้นที่ยากจนข้นแค้นในอ่าวแคลิฟอร์เนียมีสารอินทรีย์ที่ถูกเป่าลงสู่น้ำตรงเวลาหลายพันปีรวมทั้งเศษซากจากพืชที่ปลูกเอาไว้ในพื้นที่ เหตุเพราะเงินออมจำนวนมากยังผิดก่อกวนจากสัตว์เลื้อยคลานหรือกิจกรรมของจุลชีพ Tierney รวมทั้งคณะทำงานของคุณก็เลยสามารถแยกสารขี้ผึ้งจากโคลนพื้นสมุทรได้

ผู้ร่วมเขียนเจสสิก้าเทียร์นีย์ (Professor Jessica Tierney) รศ.ของสาขาวิชาแผ่นดินศาสตร์รวมทั้งที่ปรึกษาอดีตกาลปริญญาเอกของ Bhattacharya ได้เริ่มต้นการวิเคราะห์ฉาบขี้ผึ้งของใบพืชเพื่อสร้างฝนหรือเวทมนตร์คาถาแห้งในอดีตกาลขึ้นกับลายพิมพ์นิ้วมือเคมีของพวกเขา ของอะตอมไฮโดรเจน ฝนในมรสุมตาม Tierney มีรูปร่างของไอโซโทปไฮโดรเจนที่เรียกว่าดิเทอร์เรียมหรือ “น้ำหนัก” ซึ่งเกี่ยวพันกับต้นตอของมันในเขตร้อน หน้าหนาวฝนตกในมืออื่นๆถือลายเซ็นที่ต่างกันเพราะเหตุว่าพวกเขามีน้ำที่มีอัตราส่วนขนาดเล็กของไฮโดรเจน deuterium กับ “ธรรมดา”

“พืชดื่มน้ำใดก็ตามที่พวกมันได้รับรวมทั้งเนื่องจากว่าฤดูทั้งคู่มีอัตราส่วนไอโซโทปของไฮโดรเจนแตกต่างพวกเราสามารถเปรียบเทียบอัตราส่วนไอโซโทปในขี้ผึ้งใบที่เก็บรักษาไว้กับจำนวนของฝนมรสุมทั่วภูมิภาคอ่าวแคลิฟอร์เนีย” Tierney ชี้แจง

นักค้นคว้าพูดว่าการผลิตลักษณะของลมมรสุมก่อนหน้าที่ผ่านมาในภาคตะวันตกเฉียงใต้สามารถช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดหมายเหตุการณ์ในอนาคตได้ดิบได้ดีขึ้นภายใต้อิทธิพลของลักษณะภูมิอากาศที่มีลัษณะทิศทางไปสู่โลกที่ร้อนขึ้น

“อดีตกาลมิได้เป็นแบบอนาล็อกที่สมบูรณ์แบบ แต่ว่าเป็นการทดลองธรรมชาติที่ช่วยทำให้พวกเราสามารถทดลองได้ว่าพวกเรารู้เรื่องความปรวนแปรของสภาพอากาศในภูมิภาคเจริญแค่ไหน” Bhattacharya ผู้ซึ่งพึ่งจะเห็นด้วยตำแหน่งในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยาที่มหาวิทยาลัย Syracuse กล่าว “ถ้าหากพวกเรารู้เรื่องว่าอากาศในภูมิภาคสนองตอบยังไงในอดีตกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามันทำให้พวกเรายิงก้าวหน้าขึ้นสำหรับเพื่อการคาดหมายว่าพวกเขาจะสนองตอบต่อความเคลื่อนไหวลักษณะภูมิอากาศในอนาคตได้เช่นไร”